Assembly & Automation Technology logo
17-20 มิถุนายน 2569

EEC เดินหน้าดึงเม็ดเงินลงทุนสู่ไทย

พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการผลิตด้วย แขนกลและระบบอัตโนมัติ

         “โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก” ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่น่าลงทุนในประเทศที่จะดึงเม็ดเงินการลงทุนภาคอุตสาหกรรมการผลิตและแรงงานคนให้เข้ามาในพื้นที่ ข้อมูลจากบีโอไอรายงานว่า มีมูลค่าสูงถึง 1,582,698 ล้านบาท (ณ กันยายน 2563) พร้อมมีแผนสร้างความร่วมมือกับต่างชาติ เจาะลึกชวนนักลงทุนทั่วโลก ซึ่งคาดว่าประเทศไทยจะได้รับประโยชน์จากการได้เรียนรู้ และแลกเปลี่ยนความรู้และเทคโนโลยีภาคการผลิตโดยเฉพาะระบบอัตโนมัติกับเหล่าบริษัทยักษ์ใหญ่ ด้านเทคโนโลยีที่จะเข้ามาลงทุนในโครงการนี้  โดยมุ่งเน้นสนับสนุน 3 แกนนำกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ กลุ่มธุรกิจสุขภาพ  กลุ่มดิจิทัลและเทคโนโลยี 5G และ ระบบขนส่งอัจฉริยะ (Smart logistics) ซึ่งคาดว่าน่าจะกระตุ้นการจ้างงานถึง จ้างงาน 4.7 แสนอัตรา

          รศ. ดร. ชิต เหล่าวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ด้านพัฒนาการศึกษาบุคลากรและเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)  ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะ “บิดาแห่งวิทยาการหุ่นยนต์ไทย” เผยวิสัยทัศน์เกี่ยวกับอุตสาหกรรม 4.0 ในการนำหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมาใช้เพื่อยกระดับภาคการผลิต โดยเฉพาะอุตสาหกรรม S-Curve  ตลอดจนการขยายผลให้เกิดการใช้ยังผู้ประกอบการ SME มากขึ้น ทำให้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเข้ามามีบทบาทในภาคอุตสาหกรรมการผลิตมากขึ้นเรื่อยๆ

        เพื่อสนับสนุนให้ภาคอุตสาหกรรมเกิดการใช้งานหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ทางภาครัฐจึงมีมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนต่างๆ โดยเฉพาะมาตรการทางภาษี ซึ่งนอกจากกลุ่มผู้ผลิตหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี ในด้านการยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักร วัตถุดิบ และสิทธิและประโยชน์ที่มิใช่ภาษีอากร และหากโครงการดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก   ( EEC) จะได้รับสิทธิและประโยชน์เพิ่มเติมอีกด้วย

        นอกจากนี้ บีโอไอยังมีมาตรการพิเศษเพื่อส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมนำหุ่นยนต์หรือระบบอัตโนมัติมาใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตในโรงงาน  ผู้ได้รับการส่งเสริมสามารถนำเงินลงทุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพดังกล่าว มาลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล 100% เป็นระยะเวลา 3 ปี หากมีมูลค่าการลงทุนที่ใช้วัตถุดิบ/บริการ/อุปกรณ์ ในประเทศ 30% โดยในช่วงที่ผ่านมากลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการนำหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมาใช้มากที่สุด คือ อุตสาหกรรมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ และที่มีศักยภาพตามมาคืออุตสาหกรรมอาหาร

        “ สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการลงทุนทางด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติด้วยหากลงทุนแล้วสามารถคืนทุนได้ภายใน 1 ปีก็ควรรีบลงทุนทันที อย่างไรก็ดีผู้ประกอบการขนาดใหญ่และขนาดกลางไม่น่าเป็นห่วงเท่าผู้ประกอบการ SME ที่ยังขาดทั้งเงินทุน เทคโนโลยี และกำลังคน

        SMEs  ต้องเปิดหูเปิดตาให้กว้างไกล มิฉะนั้นแล้วก็จะตกขบวนรถไฟ สิ่งสำคัญตอนนี้ คือ บริษัทที่มาลงทุนใหม่จะเป็นใน EEC หรือนอก EEC ก็ตาม ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอัตโนมัติ หรืออุตสาหกรรม 4.0 แทบทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น SME ที่จะไปอยู่ในซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมเหล่านั้น ควรมีระบบการผลิตที่สอดคล้องกับอุตสาหกรรม 4.0 ด้วย เพื่อให้สามารถรองรับการประกอบกิจการในซัพพลายเชนได้”

        ซึ่งบริษัทต่างๆ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศกำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่แห่งกระบวนการผลิต เปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ มากขึ้นเพื่อเพิ่มพลังยกระดับประสิทธิภาพและความแม่นยำในกระบวนการผลิต ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัจจัยเหล่านี้ได้เปิดโอกาสทางธุรกิจให้แก่เหล่าผู้ให้บริการเทคโนโลยีด้านหุ่นยนต์มากกว่าที่เคย แต่จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเหล่านี้ในประเทศไทยและอาเซียนได้อย่างไร

        งานแสดงสินค้า แอสเซมบลี แอนด์ ออโตเมชั่น เทคโนโลยี 2021 คือคำตอบ เวทีที่รวบรวมบริษัทและนักอุตสาหกรรมเหล่านั้นไว้ภายในงานเดียว พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการเทคโนโลยีได้ประชาสัมพันธ์แบรนด์ พร้อมพบปะ เจรจาธุรกิจกับเหล่านักอุตสาหกรรมอีกกว่า 100,000 ราย

ห้ามพลาด สำรองพื้นที่  คลิกที่นี

สนใจข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อเราที่

T. +66 2686 7299

F. +66 2 686 7288

E.  [email protected]

หมายเหตุ

“Assembly & Automation Technology”  เป็นงานสำหรับการเจรจาธุรกิจ ผู้เข้าชมงานต้องแต่งกายสุภาพ สวมกางเกงขายาว หรือกระโปรง และรองเท้าหุ้มส้นเท่านั้น ไม่อนุญาตเยาวชนอายุต่ำกว่า 15 ปีให้เข้าชมงาน ผู้จัดงานสงวนสิทธิ์ในการปฏิเสธให้ผู้หนึ่งผู้ใดเข้าชมงานได้ โดยไม่ต้องแจ้งเหตุผล