“โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก” ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่น่าลงทุนในประเทศที่จะดึงเม็ดเงินการลงทุนภาคอุตสาหกรรมการผลิตและแรงงานคนให้เข้ามาในพื้นที่ ข้อมูลจากบีโอไอรายงานว่า มีมูลค่าสูงถึง 1,582,698 ล้านบาท (ณ กันยายน 2563) พร้อมมีแผนสร้างความร่วมมือกับต่างชาติ เจาะลึกชวนนักลงทุนทั่วโลก ซึ่งคาดว่าประเทศไทยจะได้รับประโยชน์จากการได้เรียนรู้ และแลกเปลี่ยนความรู้และเทคโนโลยีภาคการผลิตโดยเฉพาะระบบอัตโนมัติกับเหล่าบริษัทยักษ์ใหญ่ ด้านเทคโนโลยีที่จะเข้ามาลงทุนในโครงการนี้ โดยมุ่งเน้นสนับสนุน 3 แกนนำกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ กลุ่มธุรกิจสุขภาพ กลุ่มดิจิทัลและเทคโนโลยี 5G และ ระบบขนส่งอัจฉริยะ (Smart logistics) ซึ่งคาดว่าน่าจะกระตุ้นการจ้างงานถึง จ้างงาน 4.7 แสนอัตรา
EEC เดินหน้าดึงเม็ดเงินลงทุนสู่ไทย
พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการผลิตด้วย แขนกลและระบบอัตโนมัติ
รศ. ดร. ชิต เหล่าวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ด้านพัฒนาการศึกษาบุคลากรและเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะ “บิดาแห่งวิทยาการหุ่นยนต์ไทย” เผยวิสัยทัศน์เกี่ยวกับอุตสาหกรรม 4.0 ในการนำหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมาใช้เพื่อยกระดับภาคการผลิต โดยเฉพาะอุตสาหกรรม S-Curve ตลอดจนการขยายผลให้เกิดการใช้ยังผู้ประกอบการ SME มากขึ้น ทำให้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเข้ามามีบทบาทในภาคอุตสาหกรรมการผลิตมากขึ้นเรื่อยๆ
เพื่อสนับสนุนให้ภาคอุตสาหกรรมเกิดการใช้งานหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ทางภาครัฐจึงมีมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนต่างๆ โดยเฉพาะมาตรการทางภาษี ซึ่งนอกจากกลุ่มผู้ผลิตหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี ในด้านการยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักร วัตถุดิบ และสิทธิและประโยชน์ที่มิใช่ภาษีอากร และหากโครงการดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ( EEC) จะได้รับสิทธิและประโยชน์เพิ่มเติมอีกด้วย
นอกจากนี้ บีโอไอยังมีมาตรการพิเศษเพื่อส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมนำหุ่นยนต์หรือระบบอัตโนมัติมาใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตในโรงงาน ผู้ได้รับการส่งเสริมสามารถนำเงินลงทุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพดังกล่าว มาลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล 100% เป็นระยะเวลา 3 ปี หากมีมูลค่าการลงทุนที่ใช้วัตถุดิบ/บริการ/อุปกรณ์ ในประเทศ 30% โดยในช่วงที่ผ่านมากลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการนำหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมาใช้มากที่สุด คือ อุตสาหกรรมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ และที่มีศักยภาพตามมาคืออุตสาหกรรมอาหาร
“ สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการลงทุนทางด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติด้วยหากลงทุนแล้วสามารถคืนทุนได้ภายใน 1 ปีก็ควรรีบลงทุนทันที อย่างไรก็ดีผู้ประกอบการขนาดใหญ่และขนาดกลางไม่น่าเป็นห่วงเท่าผู้ประกอบการ SME ที่ยังขาดทั้งเงินทุน เทคโนโลยี และกำลังคน
SMEs ต้องเปิดหูเปิดตาให้กว้างไกล มิฉะนั้นแล้วก็จะตกขบวนรถไฟ สิ่งสำคัญตอนนี้ คือ บริษัทที่มาลงทุนใหม่จะเป็นใน EEC หรือนอก EEC ก็ตาม ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอัตโนมัติ หรืออุตสาหกรรม 4.0 แทบทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น SME ที่จะไปอยู่ในซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมเหล่านั้น ควรมีระบบการผลิตที่สอดคล้องกับอุตสาหกรรม 4.0 ด้วย เพื่อให้สามารถรองรับการประกอบกิจการในซัพพลายเชนได้”
ซึ่งบริษัทต่างๆ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศกำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่แห่งกระบวนการผลิต เปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ มากขึ้นเพื่อเพิ่มพลังยกระดับประสิทธิภาพและความแม่นยำในกระบวนการผลิต ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัจจัยเหล่านี้ได้เปิดโอกาสทางธุรกิจให้แก่เหล่าผู้ให้บริการเทคโนโลยีด้านหุ่นยนต์มากกว่าที่เคย แต่จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเหล่านี้ในประเทศไทยและอาเซียนได้อย่างไร
งานแสดงสินค้า แอสเซมบลี แอนด์ ออโตเมชั่น เทคโนโลยี 2021 คือคำตอบ เวทีที่รวบรวมบริษัทและนักอุตสาหกรรมเหล่านั้นไว้ภายในงานเดียว พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการเทคโนโลยีได้ประชาสัมพันธ์แบรนด์ พร้อมพบปะ เจรจาธุรกิจกับเหล่านักอุตสาหกรรมอีกกว่า 100,000 ราย
ห้ามพลาด สำรองพื้นที่ คลิกที่นี่
สนใจข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อเราที่
T. +66 2686 7299
F. +66 2 686 7288
หมายเหตุ
“Assembly & Automation Technology” เป็นงานสำหรับการเจรจาธุรกิจ ผู้เข้าชมงานต้องแต่งกายสุภาพ สวมกางเกงขายาว หรือกระโปรง และรองเท้าหุ้มส้นเท่านั้น ไม่อนุญาตเยาวชนอายุต่ำกว่า 15 ปีให้เข้าชมงาน ผู้จัดงานสงวนสิทธิ์ในการปฏิเสธให้ผู้หนึ่งผู้ใดเข้าชมงานได้ โดยไม่ต้องแจ้งเหตุผล
.png/_jcr_content/renditions/original.image_file.592.199.file/720734234/AST%202026_logo%20(for%20Dark%20BG).png)